เช้านี้อากาศเย็นขึ้น อาจเพราะฝนสายนั้นกระมัง?
 
ฉันหลงรักควันมัวๆ ในยามเช้าที่มองเห็นชีวิตของผู้คนค่อยๆ ตื่นขึ้น ตรงโน้น ตรงนี้ แต้มให้โลกค่อยๆ งดงามละมุนละไมขึ้นอย่างช้าๆ
 
ร้านกาแฟในตลาดของเชียงคาน ฉันท่องความคิดนี้ไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เหยียบย่าง หรือทุกครั้งในการเดินทางไปยังสถานที่แปลกหน้า..ใบหน้าของผู้คนในตลาด ความต้องการ รายการของที่วางขาย เครื่องแต่งกาย กิริยา วาจา รอยยิ้ม..เหล่านี้ประกอบอยู่ในตลาดของบ้านเมืองนั้นๆ เสมอ..แน่ล่ะเชียงคานก็มิเว้น
 
เดินไต่เนินผ่านบ้านเรือนที่ผสมกันระหว่างถนนท่องเที่ยวและถนนที่ชาวบ้านใช้ดำเนินชีวิต ผ่านแยกที่คั่นเชียงคานในภาพนิรมิต มาสู่เชียงคานอีกหนึ่ง
 
ตลาดเล็กๆ ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า ฉันมองหาร้านขายกาแฟ ผู้คนออกมาจับจ่ายซื้อของกันเช่นตลาดทุกตลาด เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ ผู้คนที่นี่จึงมิแปลกใจกับการที่มีคนแปลกหน้าหลายคนยกกล้องขึ้น อาจไม่ถึงกับยิ้มอย่างมีท่าทีชั้นเชิงเช่นผู้คนบนถนนเส้นริมโขง แต่ก็มิพบเห็นสีหน้าแปลกใจ
 
มีคนต่อแถวซื้อปาท่องโก๋ยาวเหยียด ฉันเลือกจะเก็บภาพมากกว่าเก็บรสชาตินั้น..รอไม่ไหวท้องร้องว่าหิวแล้ว
 
ในที่สุดก็พบร้านขายกาแฟอยู่ท้ายตลาด..ครานี้ขอถ่ายรูปนางแบบของเมืองนี้ นึกถึงหญิงสาวที่บ้านขึ้นมา เพราะท่าทางขวยเขินที่ส่งตอบกลับมา
 
“ถ่ายรูปคนแก่” นางแบบแก้เขินด้วยคำพูด
 
“ไม่แก่หรอกค่ะ..ยังสวยอยู่เลย”
 
ฉันอุทาน..นี่ล่ะชีวิตจริง ในใจ
 
เชียงคาน..ประกอบไปด้วยบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา และชีวิตของผู้คนที่ยังคงทำให้การเดินทางมีเสน่ห์เสมอ..ฉันนึกถึงคำโปรยในหนังสือที่อ่าน..การออกเดินทางทำให้เรามองเห็นชีวิตอันแตกต่างมากขึ้น และมองเห็นตัวเองเล็กลง
 
ของขึ้นชื่อที่มองเห็นตามร้านรวงในตัวเมืองเชียงคานนอกจากของที่ระลึก(โปสการ์ด,เสื้อเชียงคาน,ไม้คาน หรือแม้แต่ขึ้นคาน) แล้ว สิ่งขึ้นชื่อของที่นี่คือผ้านวม มีร้านรวงในตลาดหลายร้านสนับสนุนข้อนี้ และด้วยวัฒนธรรมที่ผสมกันระหว่างไทยกับลาว(แถมญวณ) ทำให้เห็นว่าอาหารพื้นถิ่นแถบอีสานเหนือนี้คืออาหารประเภทเส้น..ขนมจีนของคนเมือง แต่คนที่นี่นิยมกินข้าวปุ้นฮ้อน เคียงกับส้มตำ มีเมนูแนะนำคือ “ตำด้องแด้ง” เผ็ดประทับใจ
 
ขณะปั่นจักยานไปเยือนแก่งคุดคู้ในวันแรกนั้น..เส้นทางนั้นพบเห็นการทำมะพร้าวแก้ว กันตลอดเส้นทาง บ้างเป็นอาชีพของบ้าน บ้างเป็นกลุ่มอาชีพ สอบถามได้ความว่ารับมะพร้าวมาทำ ฉันถูกคะยั้นคะยอให้ชิม..ครานี้ฉันเขินขึ้นมาบ้างเลยแวะกินส้มตำแก้มข้าวปุ้นฮ้อน เรียกกำลัง ..ส้มตำที่ไหนๆ ก็เผ็ดประทับใจเช่นกัน
 
รอยยิ้มและบทสนทนาทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของผู้คนแต่ละพื้นถิ่น แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นคนอีสานบ้านเฮาด้วยกัน แต่ก็ยังเห็นความแตกต่าง ตลอดการเดินทางฉันใช้ภาษาถิ่นอีสานในการสนทนา..แต่ทุกครั้งที่พูดจาไม่ได้เข้าใจทุกถ้อยคำที่โต้ตอบกลับมา..อัศจรรย์...ในการเดินทางมันทำให้ฉันเป็นคนโง่ที่น่ารักขึ้นกระนั้น รู้สึกเช่นนี้แล้วอยากจะเดินทางให้มากเพื่อจะได้เห็นตัวเองเล็กลง โลกแลทัศนะกว้างขึ้น และเป็นคนโง่ที่ไม่เจ็บปวดจนเกินไปนัก..ทุกสิ่งล้วนประกอบเป็นเธอเชียงคาน..ขอบคุณ

 

Comment

Comment:

Tweet

ทั้งรูปและมุมมองของครูอุ
ทำให้นึกอยากกลับไปเยือนอีกรอบ..
หนแรกของการเยือนเชียงคาน..จิตใจไม่สดใสนัก
ภาพสะท้อน..สีหม่นทึมเทา

ชีวิตนี้สั้นนัก..อีกไม่นานก็ตาย..
จะรออีกกี่วัน...จึงจะเริ่มมีความสุข

**หากมีโอกาสได้ไป(อีกครั้ง)จะกลับมาเล่าให้ฟังนะคะ
big smile
เกือบอดอ่านค่ะคุณครู

คนอัพบล็อกกันเยอะมาก เลือกเอาลำดับต้น ๆ ก่อน
ไล่เลียงยังไม่ทันถึงคุณครู ดิฉันก็รู้สึกแก่และเหนื่อยง่ายขึ้นมาทันที

sad smile

คงไม่ต้องเอ่ยชมกันมากมาย big smile
ดีใจกับคุณครูด้วยค่ะ ที่ก้าวผ่านไปเจออีกมุมหนึ่งของโลกที่น่าประทับใจ

double wink

#5 By Mrs. Holmes on 2010-11-03 02:58

ทุกอย่างล้วนประกอบเป็นเธอ..
เขียนได้ดีมากเลยครับ เล่าออกมาได้ดีมากเลย
รูปที่ลงก็เข้ากับบทความ รูปสวยมาก ได้บรรยากาศดีด้วยครับbig smile Hot!

#3 By araignee on 2010-10-30 21:22

ดีมากเลยค่ะครู...big smile

#2 By โต๊ะคิ้งส์ on 2010-10-30 20:51

เขียนเสียยาว..แต่กระนั้นก็ยังเล่าถึงความงามที่ได้พบไม่หมดค่ะ..ต้องไปชมด้วยตัวของเพื่อนๆ เองค่ะ

big smile

#1 By มิตร on 2010-10-30 20:00