ทำไมเพิ่งมา เมื่อเชียงคานเปลี่ยนไปแล้ว” เจ้าของเกสท์เฮ้าส์ส่งสายตาตั้งคำถามมาสมทบคำพูดเอากับฉัน เรานั่งจิบกาแฟยามเช้ากันอยู่หน้าบ้าน เช้าที่หมอกโรย
 
 
 
“พี่บุกเบิกที่นี่มา นักท่องเที่ยวยุคแรกคือฝรั่ง พวกนั้นเที่ยวไม่เห็นมีปัญหา พี่ไทยนี่ล่ะ เจ้าความอยาก” ฉันนึกถึงป้ายไม่เอาร้านสะดวกซื้อเด่นหลาเมื่อลงรถ “สกายแลป” เมื่อเช้ามืดนี้ รอยยิ้มถูกจุดขึ้นทันที ความอยากของเมืองรุกคืบไปทุกที่เสียจริง
 
รถนักท่องเที่ยวขนกันมาจอดออหน้าบ้านอีกคัน เจ้าของบ้านกุลีกุจอออกไปต้อนรับเสียงใส
 
“เหนื่อยกันไหม..หาไม่ยากหรอกบ้านพี่” เธอทำหน้าที่ผู้ประกอบการที่ดี..นั่นทำให้ฉันมีอิสระพอจะเดินสำรวจเชียงคานที่ความเปลี่ยนแปลงกำลังคืบคลานมาถึง
 
 
 
ช่วง อากาศกำลังดี ประกอบกับเป็นวันหยุดยาวติดกันหลายวัน ถนนเส้นเล็กๆ ริมน้ำโขงเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ผสมกับงานแข่งเรือออกพรรษาและยังมีมายาของบั้งไฟพญานาคมาเป็นตัวหลอกล่อ หมู่แมลงเล็กๆ ก็ขนขบวนความหวังมาจากเมืองกรุง
 
ยามเช้าถนนเส้นที่นักท่องเที่ยวตั้งกันเองว่า “ถนนคนเดิน” ผู้คนเรียงรายเป็นริ้วขบวนรอใส่บาตรเช้ากันคึกคัก ฉันถูกต้อนให้ซื้อเครื่องใส่บาตรเป็นถุงอาหารสำเร็จรูป พอทำสายตาฉงนใส่ป้าคนขายก็ได้คำตอบแผ่วๆ กลับมา
 
“พระท่านไม่มีกับข้าวฉันกันพอดี ทุกบ้านเอาแต่ใส่บาตรข้าวเหนียว” นักท่องเที่ยวหรือคนที่มุ่งหน้ามาสู่เชียงคานมักต้องการภาพที่ยามเช้าได้วางข้าวเหนียวอุ่นๆ ลงก้นบาตรกับพระอาทิตย์ทอแสงเพียงเบาแรงมาถึง ฉันได้แต่ยิ้มน้อยๆ หัวเราะในลำคอและแอบนึกคนเดียว ฉันก็ด้วย..
 
จักรยานนักท่องเที่ยวดีดกระดิ่งกันทั่วเมือง ชาวบ้านเปิดบ้านต้อนรับกันทุกหลัง หลายหลังแปรสภาพไปเป็นที่พัก หลายหลังเป็นร้านขายของที่ระลึก ทุกบ้านต่างเนรมิตตนเองให้สมกับเป็นเมืองเก่า ประดับฉากด้วยคำที่น่าประทับใจเรียกลูกค้าให้แอคชั่นถ่ายภาพกันคึกคัก บางบ้านบนถนนสายนี้เท่านั้นหรอกที่เป็นบ้านคนจริงๆ
 
ตายายออกมาทำงานกันนอกบ้าน พอเห็นกล้องทุกคนต่างพร้อมใจกันขยับท่าทาง ขยับยิ้ม และพยักหน้าเมื่อได้ยินเสียงร้องขออนุญาต นี่ก็เป็นความเปลี่ยนแปลงหรือเป็นการปรับเปลี่ยนอย่างหนึ่งของคนเชียงคาน
 
“สำหรับหนูแล้ว ไม่เปลี่ยนหรอกพี่ หนูเป็นคนที่นี่ อาชีพคนที่นี่เขาก็ค้าขายกันทั้งนั้น ก็มันเป็นเมืองพรมแดน เมืองท่าในสมัยก่อนน่ะพี่ แม่หนูพยายามให้เชียงคานดำรงอยู่เช่นเดิม” สายตาตั้งมั่นของเด็กสาวที่กำลังชงกาแฟด้วยเครื่องชงกาแฟสมัยใหม่ทำให้ฉันนิ่งฟัง บทสนทนาของเราออกรสขึ้นเมื่อฉันลองหยิบกล้องขึ้นมาบันทึกภาพเธอ
 
แดดบ่ายแยงตาฉันถึงต้องถอดเสื้อแขนยาวออกจากตัว เหงื่อต้องลมบ่ายพอทำให้คลายร้อนได้บ้าง เธอยื่นแก้วชามะนาวให้
 
“เปรี้ยวพอดีนะพี่” ฉันขยับยิ้มกับคำถามเอาใจนั้น
 
 
 
“พี่เห็นไหมที่จอดรถไม่มี คนมันเห็นแก่ตัวนะพี่ บางบ้านก็ไม่ยอมหาที่จอดรถให้ลูกค้า” ฉันพยายามมองตามสายตาของเธอเผื่อจะเจอบางบ้านนั้น แต่ก็เป็นบางบ้านหลายบ้านเหลือเกินที่รถคันหรูมากคันคับคั่งดั่งริมฟุตบาทในเมืองหลวง
 
“ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่เป็นคนที่อื่นมาเปิดกิจการที่นี่” เธอตอบคำถามของฉันบ้าง
 
“น้อยพี่ คนที่นี่เขาไม่อยากขาย “มูลมัง”กันหรอก มันไม่เจริญ” ฉันนึกถึงท้องนาของแม่แล้วยิ้มให้กับคำว่าไม่ขายและความไม่เจริญของเธอ
 
“ก็เคยได้ยินนักท่องเที่ยว แต่งตัวดี สวยเชียวล่ะ เชียงคานเหรอ..ก็งั้นๆ แหล่ะ บ้านนอกน่ะแก” ครานี้ฉันขยับปากหัวเราะ มองสำรวจตัวเอง อ้อ..ไม่มีคุณสมบัติอย่างที่เธอกล่าวมาเลยทั้งปวง ด้วยกลมกลืนดั่งเกิดที่นี่กระนั้น
 
 
   “หากถามว่าเชียงคานเปลี่ยนไปไหม..คงต้องตอบว่าไม่รู้ เพราะเพิ่งเคยมาหนแรก ไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนี้โทรมไปหรือยัง..สำหรับพี่แล้ว พี่ก็ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น” ฉันจำเสียงหัวเราะเก้อๆ ของตัวเองได้ ขณะให้สัมภาษณ์นักศึกษาที่มาเก็บข้อมูลเกี่ยวกับข้อถกเถียงว่า “เชียงคานเปลี่ยนไปไหม..เป็นดั่งเช่นเมืองปายหรือไม่”
 
 เสียงเชียร์ของงานแข่งเรือแทรกเข้ามาในวีดีโอม้วนนั้น สีสันของเชียงคานที่ไหลร่วมอยู่ในแม่น้ำโขง ฉันพยายามรวมภาพที่ได้พบเห็นในระยะเวลาที่มีโอกาสได้อยู่ที่นี่ลงในดวงใจ..ทุกสิ่งอย่างล้วนประกอบเป็นเธอ “เชียงคาน” ระหว่างพรมแดนของเก่ากับใหม่ ระหว่างทางแยกของความเจริญ ฉันชะโงกหน้าออกไปมองเรือสีส้มที่กำชัยชนะอย่างสวยสดงดงาม
 
“มันได้เปรียบก็ตรงร่องน้ำ เห็นไหม ทีมไหนได้ร่องน้ำดีก็ชนะทุกราย” ฉันยิ้มให้กับบทสรุปของกองเชียร์ แล้วเลยยิ้มนั้นไปถึงแม่น้ำโขง ส่งกำลังใจให้หญิงสาวที่ฉันตกหลุมรัก
 
 
 
“ฉันเชียร์เธออยู่นะเชียงคาน”

Comment

Comment:

Tweet

^^-^^
มูลมัง..เป็นมรดกตกทอดที่บรรพบุรุษสั่งสมไว้ค่ะ..เช่นที่นา ที่ดิน สมบัติเก่าแก่..คนอีสานมีความเชื่อว่า เอาสมบัติบรรพบุรุษออกมาขายกิน..บาปหนัก
ทำมาหากินไม่ขึ้นค่ะ

เขียนยาวไปหน่อย..ต้องมานั่งชั่งใจว่าตอนสามจะเอาลงดีไหมembarrassed

#9 By มิตร on 2010-10-28 12:14

เขียนเหมือนสารคดีเลย

วันนี้เอ็กซ์ทีนล่ม เพิ่งเข้ามาได้ค่ะคุณครู

คุณครูคะ "มูลมัง" คืออะไร

เอ ดิฉันไม่น่าจะอ่านข้ามไปนะ embarrassed big smile

#8 By Mrs. Holmes on 2010-10-28 03:00

อยากไปบ้าง...
“เชียงคานเปลี่ยนไปไหม..เป็นดั่งเช่นเมืองปายหรือไม่”
ประโยคนี้มันฉึกจริงๆครับครู
พูดกันตรงๆ...ปายเปลี่ยนไปมากครับ...เปลี่ยนไปมากกว่าในตัวเมืองอีก

เป็นบทความที่ดีมากครับ รูปประกอบก็สวย
big smile Hot!

#7 By araignee on 2010-10-27 14:45

เป็นอีกที่ที่อยากไป..แต่ก็ยังไม่มีอะไรมาอำนวยให้ไปซะที
เฮ้อ!!! ถึงเชียงคานจะเปลี่ยนไป แต่ก็คงเป็นแค่ความรู้
สึก

#6 By katak on 2010-10-27 13:08

ยังมีอีกหลายมุมสวยๆ ใช่ไหมครับ
รออ่านครับ..
แค่สดับจากเสียงบอกเล่า
ทำท่าว่าฉันจะตกหลุมรักเธออีกคน

เชียงคาน ท่ามกลางกระแสเชี่ยวแห่งการเปลี่ยนแปลง หวังว่าเธอคงไม่เปลี่ยนไป
^_^

#3 By มิตร on 2010-10-27 12:21

ครูคะสงสัยเราตกหลุมรักคนๆเดียวกันซะแล้วหล่ะ
เพราะไปเลยทีไร ต้องไปเชียงคานทุกทีbig smile

#2 By โต๊ะคิ้งส์ on 2010-10-27 12:19

ยาวววววววววววววววววววววววววววววววbig smile

#1 By มิตร on 2010-10-27 12:08