ท้องน้ำสีดำสนิท มองเห็นแสงวิบวับฝั่งตรงข้ามลำน้ำโขงเรื่อเรือง  ฉันยังคงได้ยินเสียงจ้วงฝีพายผะแผ่วแว่วมากับท้องน้ำสนิทนิ่งนั้น ค่ำคืนยังเยาว์นักสำหรับคนเมือง แหล่ะนั่นทำให้ท้องน้ำสีดำสนิทแลจุดแต้มของดาวดวงเล็กบนโค้งฟ้าระบายความงามอย่างเงียบงัน
 
อาจเป็นเพราะคนเมืองก่อรูปขึ้นมากมายบนโลกใบนี้ ใจของใครต่อใครจึงโหยหาสิ่งที่ขาดหายไป..เชียงคานตอบคำถามในคำถามของคนที่มา
 
 
 
ตู้ไปรษณีย์สีแดงยืนเด่นอยู่ในสายตาของผู้มาเยือนในทุกย่อมย่านของเมือง พร้อมคำว่า “คิดถึง” ซุกไว้ในมุมที่สายตาของคนโหยจะมองเห็น จะว่าเป็นจุดขายของคนที่นี่ก็เป็นได้ หลายถ้อยคำช่วยย้ำให้เชื่อว่า ความคิดถึงที่ละล่องมาดั่งสายน้ำเก่าแก่นำความงดงามของวิถีชีวิตที่คนเมืองตัดสินใจมาตามหา
 
 
เมืองชายแดนเล็กๆ กระจ่างชัดในตัวของมันเอง สถานที่ราชการหลายแห่งถูกก่อตั้งมาเพื่อรองรับเมืองพรมแดน ฉันมีโอกาสได้สัมผัสความผสมผสานระหว่างคนไทยลาวที่กั้นไว้ด้วยสายน้ำชโลมเย็นละมุนละไมอยู่ในถ้อยภาษาที่ชดช้อยยามพูดจา แหล่ะ..ถ้อยนั้นทำให้คนเมืองต้องเอียงหูฟังอย่างตั้งใจ แล้วยิ้มตอบกลับไปอีกที
 
 
ฝนพรำเมื่อฉันปั่นจักรยานตามเส้นทางท่องเที่ยว  ริมโขงช่วยเรียกฝนให้โปรยสายได้ง่ายดาย ระบำเม็ดฝนที่มองเพลินช่วยทำให้การหลบฝนเกิดเป็นอานิสงส์ของฝนทำให้การเดินทางงดงามขึ้นเป็นลำดับ
 
“เมืองถูกเนรมิตขึ้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งความทรงจำของนักท่องเที่ยว” เจ้าของร้านขายของที่ระลึกถ่ายทอดเชียงคานในสายตาของคนพื้นถิ่นง่ายๆ ฉันเห็นด้วยกับมุมถ่ายรูปสวยๆ ทุกมุมที่ไม่ว่ากล้องจะมีสกุลหรือไม่ บ้านเรือนที่จงใจให้เป็นไม้เก่าซีดเซียวก็ช่วยทำให้ภาพถ่ายจากความทรงจำงดงามขึ้นเท่าลำดับเดิม
 
 
 
“การเปลี่ยนแปลงที่มาจากความต้องการของนักท่องเที่ยว บางทีเราก็ยอม บางขณะเราก็ยืนอยู่ในจุดที่เรายอมไม่ได้ หากอยากมาเที่ยวที่นี่ก็คงต้องลำบากเพื่อจะได้ค้นพบเสน่ห์ของชาวบ้าน” ฉันพบภาพความลำบากแสนน่ารักในห้องพักกะทัดรัด อากาศเย็นสบายจนเครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งแปลกปลอมของที่นี่ สนนราคาของเงินที่จ่ายออกไปพอดีและพอใจผู้จ่ายและผู้รับ
 
จันทร์เรืองแสงอยู่บนหัวขณะนักท่องเที่ยวคลาคล่ำอยู่บนถนน รอบๆ ถนนมีแสงสว่างดวงเล็กๆ ของหลอดไฟนีออนเมืองชายแดนทอดตัวเป็นสาย เงียบอย่างที่เมืองไม่มี ชาวบ้านเฝ้ารอให้พรุ่งนี้มาเยือน พระจันทร์จะเต็มดวงในวันพระใหญ่ ฉันยิ้ม..ต้องชาร์ตแบ็ตเตอร์รี่กล้องเตรียมพร้อม อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ใครก็เพรียกหาจากเมืองเล็กๆ นี้
 
สายลมพัดพาสายน้ำมาช่วยทำให้อากาศเย็นขึ้น ฉันนั่งละเลียดริมน้ำโขง ฟังเพลงพื้นบ้านที่ลิ่วมาจากงานแข่งเรือ คืนนี้ฟ้าปิดจันทร์ซ่อนหน้าอยู่หลังเมฆบางเบานั้น เสียงเพลงแห่งสายน้ำดังขับกล่อมอย่างไม่มีทีท่าจะเลิกราในชั่วเวลาอันใกล้นี้ หนังตาของฉันหนักอึ้งกับการเดินทางไกลและฤทธิ์เดชของการปั่นจักรยานร่วมสิบกิโลเมตร..ปล่อยให้เสียงเพลงยังคงทำหน้าที่ สายลมยังพายพัด สายน้ำยังไหลริน และลมหายใจของเมืองเชียงคานดำเนินต่อไป..ราตรีสวัสดิ์ ณ คืนนี้

Comment

Comment:

Tweet

เชียงคาน...ในวันที่ไปเยือนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา
กับเชียงคานในวันนี้...คงแตกต่างกันลิบ
กับกระแสนิยม..และการโหมประชาสัมพันธ์ทั้งรัฐและราษฎร์

แล้วจะติดตามในมุมมองของครูอุนะคะ...

ปล...คิดถึงคะ ^__^

ว้าว..
เรื่องเล่าจากเชียงคาน

ภาษาสวยๆ ถ้อยคำอุ่นๆ ถ่ายทอดความงดงามของเชียงคานได้ดีเหลือเกินครับ

หลายคนไปเยือน ต่างมีมุมที่มองเชียงคานต่างกัน แม้ออกจะคล้ายๆ กันสักหน่อย ยังมีมุมงดงามอีกหลายมุมสินะครับ

รออ่าน..ครับ
อ่า... เชียงคาน
สักวันจะไปเยือนค่ะคุณครู

น้องสาวคนหนึ่งเพิ่งไปปักหลักใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นค่ะ

big smile

รออ่านมุมมองที่จะเขียนนะคะ
คุณครูใช้ถ้อยวาจาน่าอ่านเสมอ

#7 By Mrs. Holmes on 2010-10-25 22:54

ตู้แดงที่ยืนเด่นนี้ ยังจำได้ดีเลยค่ะครูว่าเคยไปถ่ายรูปคู่มาแล้ว..
คิดถึงเชียงคานจังbig smile

#6 By โต๊ะคิ้งส์ on 2010-10-25 22:01



อยากจะไปสักครั้ง

(ภาษาสวยดี) big smile

#5 By ทิว แอด ไฟน์ on 2010-10-25 16:55

ใช้ภาษาได้น่าอ่านอีกแล้ว big smile

#4 By Death moon on 2010-10-25 16:45

ใช้คำเขียนน่าอ่านมากครับ confused smile

#3 By Kondora on 2010-10-25 14:44

มีหลายมุมมอง ทั้งจากนักท่องเที่ยว ชาวบ้าน และผู้ประกอบการ ประเดี๋ยวจะเขียนต่อค่ะ

#2 By มิตร on 2010-10-25 14:35